332_%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%b3%e0%b9%84%e0%b8%9b-%e0%b8%81%e0%b9%87%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%ad

น้ำตาลต่ำไป ก็ไม่ดีต่อร่างกาย!

หลายคนมักกังวลว่าร่างกายจะมีปริมาณน้ำตาลสูง จนทำให้บางคนลดการทานหวาน ร่างกายจึงมีปริมาณน้ำตาลที่ต่ำลง ซึ่งการมีน้ำตาลในร่างกายที่ต่ำไม่ได้ส่งผลดีต่อร่างกาย แต่อาจส่งผลกระทบต่อร่างกายมากกว่าที่คิด   • ปัจจัยที่ทำให้เกิดภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ – เกิดจากผู้ป่วยเบาหวานที่ได้รับยาเบาหวานที่มากเกินไป จนทำให้น้ำตาลในร่างกายถูกเผาผลาญมากกว่าปกติ จนทำให้ระดับน้ำตาลนั้นต่ำลง – เกิดจากการอดอาหาร ทานอาหารน้อยกว่าที่ร่างกายต้องการ – เกิดจากการออกกำลังกายมากกว่าปกติ หรือมากเกิน 2 ชั่วโมง โดยไม่ดื่มน้ำหรือจิบเกลือแร่เลย ซึ่งอาการจะเริ่มจากการวิงเวียน เหนื่อยล้า หรืออ่อนแรง – ดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่ จะทำให้การเผาผลาญน้ำตาลถูกขัดขวางจนทำให้ไม่สามารถทานอาหารได้ตามปกติ   • อาการของผู้ที่มีน้ำตาลในเลือดต่ำ โดยอาการแรกเริ่มนั้นจะมีเริ่มจากรู้สึกร้อน เหงื่อออกง่าย กระวนกระวาย มือสั่น หิวอยู่ตลอดเวลา มีความกังวล สับสน คิดอะไรไม่ออก เพราะขาดน้ำตาลไปเลี้ยงสมอง หัวใจเต้นเร็ว แรง คล้ายจะเป็นลมหรือหน้ามืด มีอาการชาตามมือหรือเท้า และบริเวณรอบริมฝีปาก หากปล่อยไปเรื่อย ๆ อาจรุนแรงมากขึ้น จนมีพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไป   • วิธีป้องกันภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ – สำหรับผู้ป่วยเบาหวานควรทานยาอย่างต่อเนื่อง แต่ต้องใช้ยาตามความเหมาะสมและอยู่ในความดูแลของแพทย์อยู่ตลอด – […]

331_%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%81-4-%e0%b8%ad-%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b9%81%e0%b8%82%e0%b9%87%e0%b8%87%e0%b9%81

หลัก 4 อ. ดูแลสมองให้แข็งแรง!

รู้หรือไม่ว่าสมองก็ต้องการการดูแล เพราะสมองเป็นตัวควบคุมและสั่งการการเคลื่อนไหว พฤติกรรมต่าง ๆ รวมไปถึงระบบภายในต่าง ๆ ของร่างกาย ดังนั้นเพื่อให้ระบบต่าง ๆ ของสมองทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและแข็งแรงมากยิ่งขึ้นจึงต้องดูแลด้วยหลัก 4 อ. ดังต่อไปนี้   • อาหาร เน้นทานอาหารที่หลากหลาย สะอาด ถูกหลักอนามัย โดยอาหารควรเน้นโปรตีนจากปลาและเต้าหู้ นมพร่องมันเนย ไข่ไก่ 1 ฟอง เนื้อเป็ดหรือเนื้อไก่ ควรทานในปริมาณที่พอดี และให้หลีกเลี่ยงเนื้อจากวัวหรือหมู ควรเลือกทานไขมันที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย เช่น ไขมันชนิดโอเมก้า 3 ที่พบในปลาทะเลหรือปลาน้ำจืด ลดการทานหวาน เช่น น้ำหวาน หรือของหวานหลากชนิด แต่ให้หันมาทานหวานจากผักและผลไม้แทน นอกจากนี้ในแต่ละวันควรดื่มน้ำให้เพียงพออย่างน้อยวันละ 8 แก้ว   • ออกกำลังกาย ออกกำลังกายโดยเน้นการคาร์ดิโอ เช่น เต้นแอโรบิก วิ่งเหยาะ ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน เดินเร็ว อย่างน้อย 30 นาที ต่อวัน โดยในหนึ่งอาทิตย์ควรออกกำลังกายประมาณ […]

330_%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%b0%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%81%e0%b8%82%e0%b9%87%e0%b8%87-%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84

ภาวะตับแข็ง เกิดจากอะไรได้บ้าง?

พอพูดเรื่องตับแข็ง หลายคนมักนึกถึงการดื่มแอลกอฮอล์ และเป็นโรคที่พบมากในคนไทย โดยตับแข็งนั้นเกิดจากการที่มีพังผืดเกิดขึ้นบริเวณตับจนส่งผลให้ตับทำงานไม่ปกติจึงทำให้เซลล์ตับถูกทำลายและตายไป ซึ่งในความเป็นจริงแล้วตับแข็งสามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ไม่ใช่เพียงแค่การดื่มแอลกอฮอล์เพียงอย่างเดียว โดยตับแข็งนั้นเกิดได้จากสาเหตุดังต่อไปนี้   • ดื่มแอลกอฮอล์มากและสะสมเป็นเวลานาน การดื่มแอลกอฮอล์ที่สะสมกันมาเป็นเวลานาน ๆ เป็นสาเหตุหลัก ๆ ที่ทำให้เกิดภาวะตับแข็งได้ เพราะตับไม่สามารถทนฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ได้ จนเกิดอาการบวม มีไข้สะสมแทรกในตับจนทำให้เกิดการอักเสบ หากดื่มไปเรื่อย ๆ จะยิ่งทำให้เกิดการอักเสบเรื้อรัง   • ไขมันสะสมในตับมากเกินไป ไขมันที่สะสมในตับปริมาณมากอาจเกิดได้หลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นโรคอ้วน พฤติกรรมการกิน เช่น กินของทอดของมัน รวมไปถึงโรคประจำตัวบางชนิด บางคนมีไขมันส่วนเกินสะสมในร่างกายตามอวัยวะต่าง ๆ รวมไปถึงตับจนทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานของตับลดลง ซึ่งร่างกายจะแสดงอาการออกมาให้เห็นได้อย่างชัดเจน โดยจะมีอาการอ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย คลื่นไส้ เบื่ออาหาร น้ำหนักลดลง มีอาการสับสนมึนงง เบลอ หรือความจำไม่ค่อยดี ขี้หลงขี้ลืม หากมีอาการหนักอาจมีอาการคันตามตัว รวมไปถึงตัวเหลืองตาเหลืองด้วย   • เกิดจากไวรัสตับอักเสบ B และ C เป็นไวรัสที่คนส่วนใหญ่มักเป็น และเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดภาวะตับอักเสบหรือเซลล์ตับถูกทำลายได้ หากเป็นหนัก อาจทำให้ตับแข็งหรือในระยะยาวจนกลายเป็นมะเร็งตับได้ […]

329_%e0%b8%9c%e0%b8%87%e0%b8%8a%e0%b8%b9%e0%b8%a3%e0%b8%aa-%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%b2

ผงชูรส ทานมากอาจเกิดอาการแพ้!

“ผงชูรส” เครื่องปรุงรสแสนอร่อย ที่ใคร ๆ ก็ชอบใช้ในการปรุงอาหารเพราะมันจะช่วยเพิ่มรสชาติให้อาหารอร่อยมากยิ่งขึ้น และให้รสชาติคล้าย ๆ น้ำต้มเนื้อ จึงทำให้ปลายประสาทของลิ้นกับคอรับรู้ถึงรสชาติความหวานอร่อย แต่ถ้าทานมากไปอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกายได้! โดยเฉพาะอาการแพ้ ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่อาการแรกเริ่มไปจนถึงอาการที่รุนแรงสำหรับผู้ที่แพ้ผงชูรสมาก ๆ   • ลักษณะอาการแพ้ผงชูรสเบื้องต้น อาการแพ้เบื้องต้นนั้นจะเริ่มจากการรู้สึกชาที่ปากหรือลิ้น หลังจากนั้นจะมีอาการปวดกล้ามเนื้อบริเวณโหนกแก้ม ต้นคอ หน้าอก หายใจไม่สะดวก วิงเวียนศีรษะ ปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน กระหายน้ำ   • อาการสำหรับผู้ที่แพ้ผงชูรสขั้นรุนแรง จะเกิดอาการชาบริเวณใบหน้า หู รู้สึกวิงเวียน หัวใจเต้นเร็ว ใจสั่น เจ็บที่หน้าอก คอบวม จนอาจก่อให้เกิดอัมพาตตามแขนขาชั่วคราวได้ แต่อาการเหล่านี้จะหายไปเองภายหลัง 2 ชั่วโมง และบางรายอาจเกิดปฏิกิริยาภูมิแพ้รุนแรงอย่างเฉียบพลันจนอาจเกิดภาวะช็อกและเสียชีวิตได้ นอกจากนี้หากหญิงมีครรภ์ทานเข้าไป อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อลูกในครรภ์ได้   • วิธีป้องกันอาการแพ้ผงชูรส ให้เลือกทานอาหารที่ปรุงสุกและสดใหม่ หรืออาหารแบบเกษตรอินทรีย์ หรือหากทานอาหารที่อยู่ในบรรจุภัณฑ์ควรอ่านฉลากโภชนาการอาหารทุกครั้งอย่างละเอียดก่อนซื้อมาบริโภค เพราะในฉลากอาหารจะบอกปริมาณโซเดียมเสมอ นอกจากนี้ให้หลีกเลี่ยงอาหารแปรรูปที่มีส่วนผสมของผงชูรส เช่น เนื้ออบแห้ง สารสกัดจากเนื้อ น้ำสต็อคไก่ […]

328_%e0%b8%94%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b9%81%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%81%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99-%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%99

ดื่มน้ำแร่ทุกวัน เป็นนิ่วได้หรือไม่?

“น้ำแร่” เป็นน้ำที่ได้จากแหล่งน้ำธรรมชาติ ที่มีแร่ธาตุละลายอยู่ในน้ำหลากหลายชนิด ซึ่งแต่ละชนิดให้ประโยชน์ที่แตกต่างกันรวมไปถึงรสชาติ โดยส่วนมากน้ำแร่นั้นมักได้มาจาก น้ำพุร้อน และไม่ใช่ทุกคนที่จะดื่มน้ำแร่แล้วได้ประโยชน์ เพราะจะมีกลุ่มคนบางกลุ่มที่ควรหลีกเลี่ยงจากการดื่มน้ำแร่ เช่น ผู้ป่วยโรคไต ผู้ที่มีอาการบวมน้ำ ผู้ป่วยโรคหัวใจ ความดันสูง มีกรดในกระเพาะอาหาร ผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจ ผู้ป่วยโรคระบบทางเดินอาหาร เป็นต้น   แล้วการดื่มน้ำแร่ทุกวันนั้นสามารถเป็นนิ่วได้หรือไม่? ต้องบอกก่อนเลยว่า นิ่วนั้นเกิดจากการรวมตัวของเกลือแร่หรือหินปูนจนตกผนึกกลายเป็นก้อนนิ่ว เกิดจากการดื่มน้ำน้อยกว่าปกติ หรือทานอาหารที่มีเกลือแร่ขับออกมาทางปัสสาวะมากจนเป็นสาเหตุให้เกิดนิ่ว ซึ่งการดื่มน้ำแร่นั้นไม่ใช่สาเหตุของการเกิดนิ่วอย่างที่หลายคนเข้าใจ แต่คุณสามารถหลีกเลี่ยงเพื่อไม่ให้เกิดนิ่วได้ ด้วยวิธีดังต่อไปนี้   • ดื่มน้ำให้มาก เพราะนิ่วเกิดจากการดื่มน้ำน้อยหรือการขาดน้ำ ดังนั้นในแต่ละวันควรจะดื่มน้ำให้มากกว่าวันละ 8 แก้ว หรือ 2 ลิตร เพื่อลดโอกาสการตกผลึกของก้อนนิ่วในระบบทางเดินปัสสาวะ แต่คุณไม่จำเป็นต้องดื่มน้ำเปล่าเพียงอย่างเดียว โดยคุณสามารถดื่มน้ำผลไม้ เช่น น้ำมะนาว น้ำส้ม เพราะในน้ำผลไม้รสเปรี้ยวนี้จะมีกรด citrate ที่ช่วยป้องกันการเกิดนิ่วได้   • ทานอาหารที่มีประโยชน์ เน้นทานอาหารที่มีประโยชน์ ทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ หลีกเลี่ยงอาหารที่มีรสหวานมากหรือเค็มมาก , อาหารที่มีกรดยูริกสูง […]

327_%e0%b8%94%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%82%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%ad

ดื่มน้ำจากขวดพลาสติกอันตรายหรือไม่?

หลากหลายข้อมูลทำให้หลายคนสับสนว่าแท้จริงแล้วขวดน้ำพลาสติกนั้นอันตรายต่อร่างกายหรือไม่ ซึ่งจากการวิจัยนั้นได้พบว่าขวดน้ำพลาสติกที่อันตรายคือ ขวดที่ใช้แล้วใช้อีกซ้ำ ๆ โดยเฉพาะขวดน้ำพลาสติกแบบโพลีคาร์บอเนต เมื่อโดนความเย็นจัดหรือร้อนจัดหรือโดนกระแทก จะทำให้เกิดสารก่อมะเร็งกระจายออกมา หากดื่มน้ำในขวดนั้นเข้าไปแล้วก็จะเสี่ยงต่อการสะสมสารที่ก่อให้เกิดมะเร็งในร่างกายได้ ซึ่งคุณสามารถหลีกเลี่ยงได้ด้วยการ   • ใช้ภาชนะอื่นแทนขวดน้ำ ทุกคนเคยชินกับการใช้พลาสติก จนเริ่มไม่แน่ใจว่าจะใช้ภาชนะอะไรเพื่อมาทดแทน ซึ่งภายหลังได้มีการทำภาชนะรูปแบบต่าง ๆ ที่ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็น กระบอกน้ำ กระติกน้ำ โลหะสแตนเลส ขวดหรือแก้ว ที่มีให้เลือกซื้อหลากหลายแบรนด์ และเป็นสิ่งที่ช่วยเซฟโลก ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ลดปริมาณขยะจากขวดพลาสติกลงได้อีกเยอะเลยทีเดียว   • หลีกเลี่ยงการใช้ขวดพลาสติกที่มีความเสี่ยง เช่น ขวดพลาสติกที่ถูกทิ้งไว้ในรถโดยการโดนความร้อนเป็นเวลานาน , ขวดพลาสติกที่ถูกกระทบ กระแทกหรือถูกขูดขีดไปมา , ขวดพลาสติกที่โดนความเย็นจัดหรือร้อนจัดมาก ๆ เช่น ใส่น้ำต้ม หรือนำไปแช่ช่องฟรีซ , ขวดพลาสติกที่นำมาใช้แล้วใช่อีกซ้ำ ๆ   • จำกัดปริมาณการดื่มน้ำขวด ในแต่ละวันควรจำกัดการดื่มน้ำจากขวดพลาสติกไว้ ไม่ให้มากจนเกินไป อาจจะสลับจากการดื่มน้ำจากขวดมาเป็นการเติมน้ำใส่แก้วแล้วดื่มไปด้วย เพื่อลดปริมาณไม่ให้สาร BPA เข้าไปสะสมในร่างกาย   จะเห็นได้ว่าโดยปกติแล้วคุณสามารถดื่มน้ำจากขวดพลาสติกได้ เพียงแต่ไม่ควรนำขวดพลาสติกที่ดื่มหมดแล้วนั้นมาเติมน้ำเพื่อดื่มต่อ […]